เว็บไซต์
ไฟล์ดาวน์โหลด
เว็บบอร์ด
สื่อมัลติมีเดีย
เอกสารดาวน์โหลด
ปฏิทินกิจกรรม
หมวดหมู่
ข้อมูลติดต่อ
บทความ
ข่าวฟีด
Tags

1539161899010

กรมสุขภาพจิต รับข้อเสนอตัวแทนเยาวชนเพิ่มสิทธิการตัดสินใจในการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพจิตวัยรุ่น 

           วันนี้ (10ตุลาคม 261 ) เวลา 10.30 น. นายแพทย์สมัย ศิริทองถาวร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต พร้อมคณะให้การต้อนรับกลุ่มตัวแทนเด็กและเยาวชน ที่เข้ายื่นจดหมาย ณ กรมสุขภาพจิต เพื่อเรียกร้องขอให้กรมสุขภาพจิตพิจารณาเพิ่มสิทธิ์การตัดสินใจในการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพจิตวัยรุ่น โดยอ้าง พรบ.สุขภาพจิต พ.ศ.2551 ความในมาตรา 21 วรรค 3 ที่บัญญัติว่า “ในกรณีที่ผู้ป่วยอายุไม่ถึง สิบแปดปีบริบูรณ์ต้องให้ผู้ปกครองเป็นผู้ให้ความยินยอม” โดยประเด็นการเรียกร้องคือ  ขอให้ผู้ป่วยมีอายุไม่ถึงสิบแปดปีบริบูรณ์ มีสิทธิในการตัดสินใจที่จะเข้ารับการบำบัดรักษาได้ด้วยตนเอง  ซึ่งภายหลังรับจดหมาย รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต ได้ให้รายละเอียดข้อมูลในเรื่องนี้ว่า พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 ตราขึ้นเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับความคุ้มครองความปลอดภัย รวมทั้งได้รับการบำบัดรักษาอย่างถูกต้องตามมาตรฐานทางการแพทย์ ซึ่งมาตรา 21 วรรค 3 ความว่า “ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอายุไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์ หรือขาดความสามารถในการตัดสินใจให้ความยินยอม ให้การบำบัดรักษา ให้คู่สมรส ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน ผู้ปกครอง ผู้พิทักษ์ ผู้อนุบาล หรือผู้ซึ่งปกครองดูแลบุคคลนั้นแล้วแต่กรณี เป็นผู้ให้ความยินยอมตามวรรคสองแทน” โดยมาตราดังกล่าว เป็นมาตราที่กำหนดให้สอดคล้องกับประมวลกฎหมายเพ่งและพาณิชย์ มาตรา 19 และมาตรา 21  ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่คุ้มครองสิทธิและประโยชน์ของผู้เยาว์ กล่าวคือ

  มาตรา 19 บุคคลย่อมพ้นจากภาวะผู้เยาว์และบรรลุนิติภาวะ เมื่อมีอายุ 20 ปี บริบูรณ์

  มาตรา 21 ผู้เยาว์จะทำนิติกรรมใด ๆ ต้องได้รับความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรม ก่อนการใดๆที่ผู้เยาว์ได้ทำลงปราศจากความยินยอมเช่นว่านั้นเป็นโมฆียะ เว้นแต่จะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น

             อย่างไรก็ตาม กรมสุขภาพจิต จะได้นำข้อเรียกร้องของกลุ่มตัวแทนเด็กและเยาวชน เข้าดำเนินการปรึกษาหารือเพื่อทบทวนในประเด็นนี้  รวมทั้งจะศึกษากรณีตัวอย่างเพิ่มเติม เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขบทบัญญัติดังกล่าว ต่อไป กรณีข้อกังวลของกลุ่ม ในเรื่อง การสร้างการรับรู้ สร้างตระหนักและความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิต และการเข้าถึงบริการสุขภาพจิตอย่างถูกต้องให้กับวัยรุ่น  รวมทั้งข้อเรียกร้องเพิ่มเติมในเรื่องการสร้างการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนในการทำงานด้านสุขภาพจิตนั้น รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า กรมสุขภาพจิต มีความยินดี เพราะเป็นเรื่องที่สอดคล้องกับประเด็นยุทธศาสตร์ และกลยุทธิ์ของกรมสุขภาพจิต ทั้งในเรื่องการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกกลุ่มวัย การสร้างความตระหนักและความเข้าใจต่อปัญหาสุขภาพจิต และ การเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพจิต  

            กรมสุขภาพจิต ได้พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการเข้าถึงบริการสุขภาพจิต  ซึ่งเยาวชนแม้อายุต่ำกว่า 18 ปี ก็สามารถเข้าถึงได้ง่าย เช่น บริการสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ซึ่งมีนักจิตวิทยาระดับมืออาชีพคอยให้บริการปรึกษา และขณะนี้อยู่ระหว่างการเพิ่มบริการปรึกษาอัตโนมัติด้วยเอไอ (AI) และแช๊ตบ็อต (Chat bot) ที่จะมีโปรแกรมประเมินตอบคำถามเบื้องต้นอัตโนมัติ และรับบริการปรึกษาจากนักจิตวิทยาตัวต่อตัว   นอกจากนี้ยังมี แอพลิเคชั่น สบายใจ (Sabaijai) เพื่อการประเมินภาวะซึมเศร้า      และป้องกันปัญหาการฆ่าตัวตายด้วย

            สำหรับการการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนในการทำงานด้านสุขภาพจิต ที่ผ่านมากรมสุขภาพจิตได้ดำเนินการในหลายรูปแบบ ทั้งผ่านระบบเครือข่ายในสถานศึกษา  และผ่านระบบเครือข่าย ทูบีนัมเบอร์วัน (TO BE NUMBER ONE ซึ่งมีชมรมทั่วประเทศกว่า 3 แสน ชมรมทั่วประเทศ  รองอธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าว

**************************************   10 ตุลาคม 2561

                                                            กลุ่มงานเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม กรมสุขภาพจิต

 

 

เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก