เว็บไซต์
ไฟล์ดาวน์โหลด
เว็บบอร์ด
สื่อมัลติมีเดีย
เอกสารดาวน์โหลด
ปฏิทินกิจกรรม
หมวดหมู่
ข้อมูลติดต่อ
บทความ
ข่าวฟีด
Tags

1545991742515

          กรมสุขภาพจิตระบุ การเป็นผู้ให้ เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อระดับความสุขที่เพิ่มสูงขึ้น นโยบายการพัฒนางานสุขภาพจิต ของกรมสุขภาพจิต จึงมุ่งใช้กลยุทธ์และวิธีการใหม่ๆ เพื่อนำสู่เป้าหมายคือประชาชนสุขภาพจิตดี “คิดดี คิดให้ คิดเป็น เป็นสุข” ถือฤกษ์ปีใหม่ 2562 ชวนคนไทยส่งความสุขด้วย “การให้” โดยมุ่งเน้นการให้ที่มีคุณค่ามากกว่าสิ่งของ คือ ให้โอกาส ให้ความรู้ ให้ความรัก กำลังใจ และ ให้อภัย

          นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยว่า กรมสุขภาพจิตมีนโยบายการพัฒนางานสุขภาพจิตแนวใหม่ โดยมุ่งพัฒนาคนรุ่นใหม่ให้เป็นคนไทย 4.0 คือ การเรียนรู้จากคนรุ่นใหม่ด้วยกัน หรือปรับเปลี่ยนทัศนคติของคนรุ่นเก่าให้เป็นคนรุ่นใหม่ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการพัฒนาศักยภาพคน เป้าหมายคือ คนรุ่นใหม่ต้องเป็นคนที่ไม่อ้วน ไม่เตี้ย เป็นคนอารมณ์ดี มีสติปัญญาดี มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ คิดแง่บวก และคิดทำประโยชน์ช่วยเหลือผู้อื่นและสังคม (CPR : Creation, Positive, Response to Society) ภายใต้คำขวัญ คนไทย 4.0 “คิดดี คิดให้ คิดเป็น เป็นสุข”และโดยที่ในช่วงเทศกาลปีใหม่ซึ่งเป็นช่วงที่ทุกคนส่งความสุขถึงกัน ความสุข เป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา กรมสุขภาพจิต จึงขอเชิญชวนคนไทย ส่งความสุข ต้อนรับปีใหม่ 2562 ด้วย “การให้” โดยมุ่งเน้นการให้ที่มีคุณค่ามากกว่าสิ่งของ ได้แก่ ให้โอกาส ให้ความรู้ ให้ความรัก กำลังใจ และ ให้อภัย รวมถึงการทำงานจิตอาสา ที่จะส่งผลบวกต่อระดับความสุขมากกว่าการให้ในรูปแบบของทรัพย์สินเงินทอง

          ในทางพุทธศาสนาความสุขที่แท้จริงก็คือ การเสียสละ หรือ การเป็นผู้ให้ ขณะเดียวกันมีผลการศึกษาในต่างประเทศพบว่าการจ่ายเงินเพื่อคนอื่น จะทำให้มีความสุขทางใจมากกว่าการจ่ายเงินเพื่อตนเอง และการให้ในรูปแบบของการเสียสละ เช่น เสียสละเวลาทำงาน จิตอาสา อาสาสมัคร และงานการกุศลต่างๆส่งผลบวกต่อระดับความสุขมากกว่าการให้ในรูปแบบของทรัพย์สินเงินทอง สำหรับประเทศไทยมีข้อมูลการสำรวจดัชนีชี้วัดความสุข ซึ่งเป็นดัชนีที่ถูกจัดทำภายใต้โครงการ “การพัฒนาและทดสอบดัชนีชีวัดสุขภาพจิตคนไทย”พบว่า คนที่มีการให้ความช่วยเหลือผู้อื่นเมื่อมีโอกาสมีค่าระดับของความสุขสูงกว่าคนที่ไม่เคยช่วยเหลือผู้อื่นเลย ในขณะที่คนเสียสละแรงกายและทรัพย์สินเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวมโดยไม่หวังผลตอบแทน ก็มีระดับค่าเฉลี่ยของความสุขสูงกว่าคนที่ไม่ได้เสียสละแรงกายเช่นเดียวกัน สำหรับสาเหตุที่การให้นำมาซึ่งความสุข ก็เพราะว่าการให้ เป็นการทำให้เราเป็นผู้เห็นอกเห็นใจผู้อื่น ทำให้เรามองเห็นคุณค่าของเพื่อนมนุษย์ ขณะเดียวกันก็ทำให้เรารู้สึกสบายใจและยกย่องในคุณค่าของตัวเอง รวมทั้ง การให้ นำมาสู่ผลกระทบทางบวก (Positive Externality) ซึ่งเปรียบเสมือนกับการสร้างปฏิกิริยาลูกโซ่แก่คนอื่นๆ ที่จะเป็นผู้ให้ตามมา ซึ่งจะทำให้คนเหล่านั้นมีความภูมิใจ และพึงพอใจระหว่างกันมากขึ้น อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว

28 ธันวาคม 2561


เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก