เว็บไซต์
ไฟล์ดาวน์โหลด
เว็บบอร์ด
สื่อมัลติมีเดีย
เอกสารดาวน์โหลด
ปฏิทินกิจกรรม
หมวดหมู่
ข้อมูลติดต่อ
บทความ
ข่าวฟีด
Tags

กรมสุขภาพจิต  มุ่งสร้างความเท่าเทียมให้แก่เด็กพิการและด้อยโอกาสในสังคม

หวังให้ได้รับการพัฒนาอย่างยั่งยืนและอยู่กลมกลืนในสังคม

 110118-อนโฟ01

                    วันนี้ (11 ม.ค.61) กรมสุขภาพจิต โดยสถาบันราชานุกูล ได้จัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ “พัฒนาอย่างยั่งยืน  กลมกลืนในสังคม” (Inclusiveness and sustainable development) ซึ่งจัดเป็นประจำทุกๆปี ให้กับเด็กๆกลุ่มที่มีความ บกพร่องทางพัฒนาการและสติปัญญา ภายใต้นโยบายของ น.ต.นพ.บุญเรือง  ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต                 ที่ให้ ความสำคัญกับพัฒนาการในเด็กปฐมวัย และเน้นการเฝ้าระวังเพื่อดูแลช่วยเหลือเด็กที่มีปัญหาพฤติกรรมและอารมณ์ในเด็ก วัยเรียน ซึ่งพบว่าในจำนวนประชากรเด็ก (อายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์) ในประเทศไทยมีจำนวน 13,825,194 คน (กรมการ ปกครอง :  มิ.ย.2560) เป็นเด็กด้อยโอกาสอยู่ไม่ต่ำกว่า 5 ล้านคน ส่วนใหญ่พบเป็นเด็กยากจนร้อยละ 80 และร้อยละ 6 ที่ เป็นกลุ่มเด็กหลายชาติพันธุ์ที่ยังไม่มีการขึ้นทะเบียนสิทธิด้านสาธารณสุขทั้งหลักประกันสุขภาพและการรักษาที่ชัดเจน ซึ่ง ปัจจุบันหน่วยงานของรัฐที่รับเข้ารักษาต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายเอง เพื่อมิให้เด็กกลุ่มนี้ขาดโอกาสทางการรักษาพยาบาล และกลุ่มเด็กที่มีความพิการทางสติปัญญาและออทิสติก เป็นจำนวน 220,842 คน โดยมีความด้อยโอกาสในหลายด้านรวมอยู่ ด้วยนั้น พบว่าเข้าถึงระบบบริการทางสุขภาพเพียงร้อยละ 5.59  และเข้าถึงระบบการศึกษาเพียงร้อยละ 25.33  ซึ่งเด็กสองกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ขาดโอกาสในการเข้าถึงระบบบริการด้านสาธารณสุขและด้านการศึกษามากที่สุด อันจะส่งผลถึงการ เจริญเติบโตตามพัฒนาการอย่างสมวัยและประเทศชาติยังเสียโอกาสที่สำคัญในการมีบุคลากรที่มีคุณภาพในอนาคตอีกด้วย     

                    อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่อว่า  ในปี 2556-2558 ที่ผ่านมากรมสุขภาพจิตได้ดำเนินโครงการพัฒนาระบบการ ดูแลสุขภาพบุคคลที่ มีความบกพร่องทางสติปัญญา โดยมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น  วางแผนการดำเนินงานและ ประเมินผลร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่  และดำเนินโครงการต่อเนื่องโดยหน่วยงานในท้องถิ่นภายใต้ความ รับผิดชอบของกรมสุขภาพจิตให้กับโรงเรียนเฉพาะความพิการ ทั้ง 19 แห่ง ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา  จากผลการดำเนินงานในภาพรวมยังพบว่าเด็กนักเรียนมีปัญหาสุขภาพร่างกายหรือสุขภาพช่องปากและฟันสูงมากถึงร้อยละ 91.4 ในปี 2557 และร้อยละ 90.7  ในปี 2558   สำหรับในปี 2561 นั้น ได้ดำเนินงานประสานความร่วมมือระหว่างบุคลากรทาง การศึกษา บุคลากรด้านสาธารณสุข และบุคลากรพัฒนาสังคมในพื้นที่ เพื่อให้เกิดระบบการดูแลอย่างเป็นองค์รวมให้กับ บุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาและพิการซ้ำซ้อนในแต่ละท้องถิ่น โดยทำงานแบบบูรณาการ ทุกฝ่ายมีบทบาทชัดเจนในเป้าหมายเดียวกัน คือช่วยให้เด็กพิการได้เข้าถึงการดูแลสุขภาพที่เป็นองค์รวมและเรียนรู้ได้สูงสุด โดยสามารถอยู่ร่วมกัน ได้อย่างเป็นอิสระ (Inclusiveness Independence)

                   ด้าน แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันราชานุกูล กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในสังคมนั้น หากมองให้ลึกลงไปถึงรากฐานของการสร้างคนในชาตินั่นก็คือ การพัฒนาเด็ก ปัจจุบันเรายังหยิบยกปัญหาของเด็กขึ้นมา เป็นปัญหาสำคัญของชาติน้อยเกินไป  การดูแลเด็กของเราปฏิเสธไม่ได้ว่ายังมีความเหลื่อมล้ำกันอยู่มากทั้งปัญหาที่ยังไม่ได้ รับการแก้ไข  และปัญหาใหม่ที่เกิดขึ้น แต่สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดในวันนี้ คือการช่วยกันสร้างการยอมรับ สร้างความความเท่า เทียมให้เกิดขึ้นในสังคมเท่าที่เราจะทำได้ในทุกช่องทาง  และขอให้พ่อแม่ ผู้เลี้ยงดูเด็กใช้แนวทางสร้างความผูกพันให้กับลูก โดยใช้หลักการ กิน กอด เล่น เล่า ในการเลี้ยงดูเด็กทุกกลุ่มไม่ว่าเขาจะมีพัฒนา การที่ปกติหรือล่าช้ากิจกรรมเหล่านี้จะ สามารถช่วยให้เด็กได้รับความรัก ความเอาใจใส่อันจะส่งผลต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และอยู่ได้อย่างกลมกลืนในสังคมต่อไป ดัง คำขวัญวันเด็กประจำปี 2561       "รู้คิด รู้เท่าทัน สร้างสรรค์เทคโนโลยี" 

**************** 11 ม.ค.61

เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก