เว็บไซต์
ไฟล์ดาวน์โหลด
เว็บบอร์ด
สื่อมัลติมีเดีย
เอกสารดาวน์โหลด
ปฏิทินกิจกรรม
หมวดหมู่
ข้อมูลติดต่อ
บทความ
ข่าวฟีด
Tags

Depreesion Disorder

โรคซึมเศร้า..ปัญหาสุขภาพจิตที่น่าเป็นห่วง       

          เราจะพบข่าวปัญหาการฆ่าตัวตาย หรือทำร้ายร่างกาย เกิดขึ้นบ่อยๆ หลายกรณีเกิดจากการป่วยเป็นโรคซึมเศร้าแต่ผู้คนมองไม่เห็นปัญหาของมัน  ทั้งที่โรคซึมเศร้าเป็นโรคเรื้อรังและพบได้บ่อยในทุกเพศทุกวัย จะมีใครรู้บ้างว่าในประเทศไทยนั้น  โรคซึมเศร้าจัดเป็นปัญหาสุขภาพอันดับที่ 3 ในผู้หญิง และเป็นอันดับ 8 ในผู้ชาย โดยในปี 2557 ได้มีการคัดกรองกลุ่มเสี่ยง 12 ล้านคน พบมีแนวโน้มป่วยเป็นโรคซึมเศร้าถึง  6 ล้านคน มีแนวโน้มที่จะฆ่าตัวตาย  6 แสนคน  ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้า  5 แสนคน

 

โรคซึมเศร้า..มีสาเหตุเกิดจากอะไร?

          สาเหตุของโรคเกิดจาก 2 สาเหตุ คือ 1.ปัจจัยทางชีวภาพ เช่น พันธุกรรม หรือโรคทางกายบางอย่าง เช่น โรคไทรอยด์ สารเสพติดต่างๆ  2.ปัจจัยด้านจิตสังคมและลักษณะนิสัย เช่น เป็นคนเครียดสูง มองตนเองในแง่ลบ หรือมองโลกในแง่ร้าย รวมทั้งความเครียดที่เราพบเจอในชีวิตประจำวัน เช่น ความเครียดในครอบครัว การเจอกับเหตุการณ์สะเทือนใจอย่างรุนแรง ความผิดหวัง ชีวิตโดดเดี่ยว สูญเสียคนที่รัก ตกงาน หย่าร้าง เป็นต้น  

 

จะรู้ได้อย่างไรว่าเราเป็นโรคซึมเศร้า?

          อาการสำคัญ คือ อารมณ์เศร้า หดหู่ ร้องไห้ง่าย หรือรู้สึกเบื่อหน่ายไปหมด จิตใจไม่สดชื่นเหมือนเดิม ซึ่งจะเป็นเกือบทั้งวัน และติดต่อกันเกือบทุกวัน นานกว่า 2 สัปดาห์ขึ้นไป ประกอบกับ อาจมีความคิดอยากตาย  วิธีสังเกต ตัวเอง คนในครอบครัว หรือคนใกล้ชิดว่าเข้าข่ายซึมเศร้าหรือไม่  ให้สังเกตถึงสิ่งต่อไปนี้
          1.ทางอารมณ์ เช่น ซึมเศร้า กังวล อยู่ตลอดเวลา หงุดหงิดฉุนเฉียว โกรธง่าย อยู่ไม่สุข กระวนกระวาย
          2.ด้านความคิด เช่น มีความคิดไปในทางลบตลอดเวลา รู้สึกสิ้นหวัง มองโลกในแง่ร้าย รู้สึกผิด รู้สึกตัวเองไร้ค่า คิดว่าไม่มีทางเยียวยาได้ จนทำให้มีความคิดที่จะทำร้ายตัวเอง คิดถึงแต่เรื่องความตาย
          3.พฤติกรรม เช่น ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม ความสนใจในสิ่งต่างๆ ลดลงอย่างมาก รู้สึกอ่อนเพลีย การทำงานช้าลง การงานแย่ลง ไม่มีสมาธิ การตัดสินใจแย่ลง
          4.อาการทางกาย เช่น นอนไม่หลับ ตื่นเร็ว หรือนอนมากเกินไป น้ำหนักลดหรือเพิ่มขึ้นผิดปกติ  มีอาการทางกาย รักษาด้วยยาธรรมดาไม่หาย เช่น อาการปวดศีรษะ แน่นท้อง ปวดเรื้อรัง เป็นต้น ซึ่งอาการเหล่านี้จะทำให้เกิดความทุกข์ทรมานทั้งกายและใจ หรือทำให้การประกอบอาชีพ การเข้าสังคม หรือหน้าที่ด้านอื่นที่สำคัญบกพร่องลงอย่างชัดเจน


ทำอย่างไรเมื่อเป็นซึมเศร้า...รักษาได้หรือไม่?
          หากตรวจสอบตัวเองและคนใกล้ชิดแล้ว พบว่า ในช่วง  1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีอาการดังกล่าว หรือยิ่งรู้สึกสิ้นหวังรุนแรง ให้หาทางระบายความคิดและความรู้สึกของตัวเองออกมากับคนใกล้ชิดที่ไว้ใจและมั่นใจว่าจะช่วยเหลือได้ หรือพบจิตแพทย์
          โปรดระลึกไว้เสมอว่า “โรคซึมเศร้า..รักษาได้” แต่ถ้าเป็นมากๆ แล้วไม่ได้รับการรักษา หรือรักษาไม่ต่อเนื่องจะมีแนวโน้มสู่การฆ่าตัวตายได้สูง ซึ่งพบได้ถึงร้อยละ 60 วิธีรักษาคือเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ในรายที่มีอาการมาก เช่น มีความคิดฆ่าตัวตาย  หรือรักษาโดยการใช้ยา รวมถึงการรักษาด้วยจิตบำบัด ซึ่งจะเป็นการปรับทัศนคติ ปรับเปลี่ยนมุมมองชีวิต และเมื่อเข้ารับการรักษาแล้วควรเข้าสู่กระบวนการที่รักษาอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้ผู้ป่วยกลับใช้ชีวิตดังเดิมได้  


เข้าใจโลกของผู้ป่วยซึมเศร้า
         สิ่งสำคัญที่สุดคือ ผู้ใกล้ชิดผู้ป่วยอย่ามองว่า อาการที่ผู้ป่วยแสดงออกมาเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยคิดหรือสร้างขึ้นมาเอง หรือคิดมองโลกในแง่ร้ายเอง  หรือใช้คำพูดเช่น “ไม่สู้เอง”  “ทำไมไม่ดูแลตนเอง” “ไม่เห็นมีอะไรเลยทำไมถึงเศร้า” “เรื่องแค่นี้เองทำไมถึงอ่อนแอจัง”  เพราะจะยิ่งทำให้ผู้ป่วยไม่กล้ายอมรับว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้า เพราะกลัวถูกมองว่าตนเองล้มเหลว หรืออ่อนแอ หรือเป็นความผิดของตนเองจึงไม่ยอมเข้ารักษากับจิตแพทย์  แต่ควรเปิดใจรับฟังและพยายามหาทางช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้ การรับฟังอย่างตั้งใจ ด้วยความเข้าใจ อดทน และห่วงใย ให้การสนับสนุน ให้กำลังใจ ชี้ให้เห็นถึงความเป็นจริงตลอดจนความหวัง ชักชวนเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคม หรืองานอดิเรกที่เคยให้ความสนใจ จะช่วยเป็นกำลังใจที่มีค่าต่อผู้ป่วย โดยสามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่สายด่วนสุขภาพจิต 1323 โทรฟรี  24 ชั่วโมง หรือรีบพาพบจิตแพทย์ ขอรับบริการได้ที่โรงพยาบาลจิตเวช สังกัดกรมสุขภาพจิตทั่วประเทศ  

 

เรียบเรียงเนื้อหาจาก : ข่าวแจกกรมสุขภาพจิต วันที่ 8 กรกฎาคม 2558
“กรมสุขภาพจิต  แนะ ซึมเศร้า เข้าให้ถึงให้บริการ รักษาให้ต่อเนื่อง คนใกล้ชิดช่วยได้ ”

เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก