เว็บไซต์
ไฟล์ดาวน์โหลด
เว็บบอร์ด
สื่อมัลติมีเดีย
เอกสารดาวน์โหลด
ปฏิทินกิจกรรม
หมวดหมู่
ข้อมูลติดต่อ
บทความ
ข่าวฟีด
Tags

labor Day          วันที่ 1 พฤษภาคม ของทุกปีเป็น "วันแรงงานแห่งชาติ" เพื่อให้เห็นถึงความสำคัญของแรงงาน และเกิดการพัฒนาทั้งในคุณภาพ ความเป็นอยู่ ตลอดจนสิทธิอันชอบธรรมที่ผู้ใช้แรงงานสมควรจะได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างจริงจัง รัฐบาลจึงได้กำหนดให้วันที่ 1 พฤษภาคม ของทุกปีเป็นวันแรงงานแห่งชาติ ประจำประเทศไทย จากผลสำรวจภาวะการทำงานของประชากร เดือนมีนาคม 2559 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ประเทศไทยมีประชากรที่อยู่ในวัยทำงานหรืออายุ 15 ปี  ขึ้นไป จำนวน 55.50 ล้านคน เป็นผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 38.35 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 69.1 เป็นเพศชายร้อยละ 78.0 และเพศหญิงร้อยละ 60.8 ผู้ว่างงาน หมายถึงผู้ไม่มีงานแต่พร้อมที่จะทำงาน มีจำนวน 3.97 แสนคน คิดเป็นร้อยละ 1.0 ของอัตราการว่างงาน มีผู้ว่างงานเพศชายและหญิง ร้อยละ 1.2 ,0.8 ตามลำดับ ทั้งนี้ ยังมีผู้ที่รอฤดูกาล หมายถึง ผู้ที่ไม่ได้ทำงานและไม่พร้อมที่จะทำงาน เนื่องจากจะรอทำงานในฤดูถัดไป จำนวน 3.45 แสนคน คิดเป็นร้อยละ 0.9

          ชีวิตคนทำงานส่วนใหญ่ต้องใช้เวลาอยู่ที่ทำงานประมาณวันละ 7-8 ชั่วโมง หรือประมาณ 1 ใน 3 ของเวลาแต่ละวันและถ้าหักเวลานอนประมาณ 8 ชั่วโมงออกไปแล้ว จะเห็นว่าเราใช้เวลาในการทำงานมากถึงครึ่งหนึ่งของเวลาชีวิตที่เราตื่น ดังนั้นถ้าเราไม่มีความสุขในการทำงาน ก็เท่ากับชีวิตครึ่งหนึ่งของเราไม่มีความสุข ซึ่งจะส่งผลกระทบทำให้ชีวิตด้านอื่นๆ ของเราไม่มีความสุข และอาจเกิดความเครียดตามมาด้วย หากเกิดความเครียด สามารถใช้ 10 วิธีปฏิบัติเพื่อช่วยคลายเครียดจากการทำงานได้ ดังนี้ 

          1.หมั่นออกกำลังกาย  อย่างน้อยวันละ 30 นาที ทุกวันหรืออาทิตย์ละ 3 วัน เป็นอย่างน้อย        

          2. รู้จักพักผ่อนหย่อนใจบ้าง ระหว่างหยุดพักการทำงาน เช่น หามุมสงบๆ สบายๆ นั่งพัก หรือหลับตา เพื่อพักสายตา ซัก 5-10 นาที หรือถ้างานที่ทำต้องนั่งทั้งวัน ก็ควรเดินยืดเส้นยืดสายบ้าง และหลังเลิกงานให้หากิจกรรมที่ชอบทำ เช่น ปลูกผัก เลี้ยงปลา เป็นต้น

          3. ใช้คำพูดที่ชวนฟัง เพื่อช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน เช่น ทักทายสวัสดี รู้จักขอบคุณ ขอโทษ ชื่นชมกัน พูดให้กำลังใจกัน ให้อภัยกัน ไม่พูดซ้ำเติม เมื่อเพื่อนผิดพลาด

          4. จัดการกับอารมณ์อย่างเหมาะสม ถ้ามีเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกอารมณ์ไม่ดีอย่าเพิ่งพูดหรือทำอะไรลงไป แต่ให้เดินหลบออกไปก่อน ตั้งสติ นับหนึ่งถึงสิบหรือหายใจเข้าออกช้าๆ แล้วไตร่ตรองถึงสิ่งที่เกิดขึ้นโดยคิดถึงผลดี ผลเสียที่จะตามมากับการกระทำของเรา

          5. การสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน โดยการยิ้มแย้มแจ่มใส เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ช่วยเหลือซึ่งกันและกันคำนึงถึงความรู้สึกของคนอื่นโดยเอาใจเขามาใส่ใจเรา

          6.การบริหารเวลา จัดแบ่งเวลาการทำงานในแต่ละวันอย่างเหมาะสมเพื่อให้งานเสร็จทันเวลาที่กำหนด เช่น ทำงานที่สำคัญหรือเร่งด่วนก่อน แล้วจึงทำงานอื่นภายหลัง

          7. กล้าแสดงความคิดเห็นในทางสร้างสรรค์ กล้าบอกความต้องการของตนเองตามสิทธิที่ควรจะได้รับและ  ไม่ทำให้ใครเดือดร้อนหรือผิดระเบียบของหน่วยงานผ่านช่องทางที่กำหนด เช่นตู้รับความคิดเห็น เป็นต้น

          8.สร้างพลังสุขภาพจิตหรือความเข้มแข็งทางใจให้ตนเอง ด้วยการคอยให้กำลังใจและชื่นชมตนเองเมื่อทำอะไรสำเร็จและบอกกับตนเองว่า “ฉันมีความสามารถทำได้” พยายามอย่ากังวลไปก่อนล่วงหน้าหรือคิดในทางร้ายในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง

         9.การเก็บออม โดยฝึกให้เป็นนิสัยด้วยการแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งที่ได้รับทุกครั้งเพื่อการออมก่อนการใช้จ่าย เพราะการมีเงินออมจะทำให้เรามีความรู้สึกมั่นคงทางจิตใจ

         10. การแก้ปัญหาอย่างถูกวิธี หาสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาและแก้ที่ต้นเหตุ     ข้อสำคัญอย่าแก้ปัญหาด้วยอารมณ์ แต่ถ้าไม่สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง อย่าอายที่จะปรึกษาคนอื่น เช่น คนใกล้ชิด เพื่อนร่วมงาน หัวหน้างาน หรือ ขอรับการปรึกษาทางโทรศัพท์ฟรีที่สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง
การส่งเสริมสร้างความสุขในการทำงานเป็นสิ่งจำเป็นเพราะนอกจากจะทำให้ตัวเรามีความสุขแล้ว ยังทำให้มีกำลังใจและมีแรงจูงใจในการทำงาน ส่งผลให้ประสบความสำเร็จในการทำงานมีความก้าวหน้าเกิดความภาคภูมิใจตามมา


*******************


เรียบเรียงโดย นายอานนท์ ฉัตรทอง นักวิชาการสาธารณสุข กองสุขภาพจิตสังคม

 

ที่มา: - ผลสำรวจภาวะการทำงานของประชากร เดือนมีนาคม 2559 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ
       - เอกสารการเสริมสร้างความสุข,เอกสาร 10 วิธีปฏิบัติเพื่อช่วยคลายเครียดจากการทำงาน โดยสำนักส่งเสริมและพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข

เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก