Press ข่าววันนี้ 15 มกราคม 2569
- วันเผยแพร่
- ฮิต: 129

กรมสุขภาพจิต เร่งส่งทีม MCATT ปฏิบัติการเชิงรุกเยียวยาใจ ร่วมกับเขตสุขภาพที่ 9 เพื่อช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุเครนก่อสร้างล้มทับขบวนรถไฟ ที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา
วันนี้ (15 มกราคม 2569) กรมสุขภาพจิต แสดงความห่วงใยต่อผลกระทบด้านสุขภาพจิตจากอุบัติเหตุเครนในโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงล้มทับขบวนรถไฟโดยสาร บริเวณอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดส่งทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต (MCATT) ลงพื้นที่ดูแลผู้ได้รับผลกระทบและครอบครัวอย่างต่อเนื่อง
นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า จากอุบัติเหตุเครนในโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงล้มทับขบวนรถไฟโดยสาร บริเวณอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา กรมสุขภาพจิตขอแสดงความเสียใจ
อย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสียและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นอุบัติภัยที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างรุนแรง ไม่เพียงแต่ผู้รอดชีวิตและครอบครัวของผู้ประสบเหตุเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ และประชาชนที่ได้รับชมข่าวสารซึ่งอาจเกิดความ
วิตกกังวลในวงกว้าง โดยภายหลังเกิดเหตุ กระทรวงสาธารณสุขได้มีข้อสั่งการให้ทุกภาคส่วนดำเนินการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินอย่างเป็นระบบ ซึ่งในส่วนของกรมสุขภาพจิต ได้มอบหมายให้ โรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ และ ศูนย์สุขภาพจิตที่ 9 บูรณาการ
ความร่วมมือกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา โรงพยาบาลสีคิ้ว และโรงพยาบาลสูงเนิน ส่งทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต (Mental Health Crisis Assessment and Treatment Team หรือ MCATT) ลงพื้นที่ปฏิบัติงานเชิงรุกภายใน 24 ชั่วโมง โดยมีแนวทางการดำเนินงาน ดังนี้ การปฐมพยาบาลทางใจ (Psychological First Aid หรือ PFA) เร่งดูแลเยียวยาจิตใจผู้บาดเจ็บและญาติ ณ จุดเกิดเหตุและโรงพยาบาล เพื่อประคับประคองภาวะอารมณ์ในระยะวิกฤต การคัดกรองและประเมินสุขภาพจิตเร่งด่วน เพื่อระบุ กลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดภาวะเครียดเฉียบพลัน (Acute Stress Disorder หรือ ASD) หรือมีความเสี่ยงต่อภาวะเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (PTSD) การจัดตั้งศูนย์ประสานงานด้านสุขภาพจิต ร่วมกับโรงพยาบาลสีคิ้วและโรงพยาบาลสูงเนิน เพื่อเป็นจุดรับแจ้งข้อมูล ให้คำปรึกษา และติดตามรายชื่อผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ยังได้วางแผนการดูแลระยะยาว กำหนดแนวทางติดตามประเมินผลสุขภาพจิตอย่างต่อเนื่องในระยะ 1 เดือน, 3 เดือน และ 6 เดือน เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ได้รับผลกระทบจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ตามศักยภาพต่อไป
นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับประชาชนทั่วไปที่ติดตามข่าวสารเหตุการณ์ ขอให้ระมัดระวัง "ภาวะสะเทือนใจทางอ้อม" (Secondary Traumatization) โดยใช้หลักการดูแลใจในการติดตามข่าวอย่างเหมาะสม ดังนี้ 1. เลือกรับข่าวสารอย่างเหมาะสม ควรจำกัดเวลาในการรับชมข่าวสารไม่ให้ต่อเนื่องนานเกินไป และเลือกรับข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ เพื่อลดความสับสนและป้องกันภาวะเครียดสะสม 2. หลีกเลี่ยงการตอกย้ำความรุนแรง หรือเนื้อหาที่แสดงความสูญเสียอย่างรุนแรง เพื่อเป็นการให้เกียรติผู้เสียชีวิตและครอบครัว รวมถึงเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดภาพจำที่สร้างความสะเทือนใจซ้ำ ๆ ต่อตนเองและผู้อื่น 3. สังเกตสัญญาณเตือนทางอารมณ์ หากเริ่มมีอาการนอนไม่หลับ ผวา วิตกกังวล หรือรู้สึกหดหู่ใจอย่างรุนแรงจากการรับข่าวสาร ควรหยุดพักการใช้สื่อทันทีและหากิจกรรมผ่อนคลายเพื่อดึงความสนใจกลับมาอยู่กับปัจจุบัน 4. สร้างพลังบวกในสังคมออนไลน์ เปลี่ยนจากการวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์ เป็นการส่งต่อกำลังใจให้แก่ผู้ประสบภัยและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งจะช่วยสร้างบรรยากาศแห่งการเยียวยาในสังคมได้ดียิ่งขึ้น
หากท่านหรือบุคคลใกล้ชิดมีอาการนอนไม่หลับ ผวา ตกใจง่าย หรือมีความเครียดสะสมจากเหตุการณ์ดังกล่าว สามารถขอรับบริการปรึกษาได้ที่ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง หรือติดตามความรู้ในการดูแลจิตใจได้ทางเว็บไซต์ www.สุขภาพจิต.com เพื่อการดูแลสุขภาพจิตที่ถูกต้องและทันท่วงทีส่วนล่างของฟอร์ม
********************
15 มกราคม 2569

