Press 200769

 

กรมสุขภาพจิตชูนโยบายบูรณาการดูแลสุขภาพจิตนักเรียน ขับเคลื่อน HERO OBEC Care สู่โรงเรียนทั่วประเทศ

          วานนี้ (20 กรกฎาคม 2569) กรมสุขภาพจิต ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) บูรณาการความร่วมมือขับเคลื่อนระบบ HERO OBEC Care เพื่อยกระดับการเฝ้าระวัง เรียนรู้ ดูแล และส่งต่อนักเรียนที่มีความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตอย่างเป็นระบบ พร้อมพัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้เด็กและเยาวชนไทยเข้าถึงการดูแลด้านสุขภาพจิตอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และมีคุณภาพ        

          นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า กรมสุขภาพจิตให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพจิตเด็กและเยาวชน โดยบูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ขับเคลื่อนระบบสารสนเทศการแนะแนวดูแลสุขภาพจิตนักเรียนและระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในสถานศึกษา สังกัด สพฐ.(HERO OBEC Care) เพื่อสร้างระบบเฝ้าระวัง เรียนรู้ ดูแล และส่งต่อนักเรียนที่มีความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตอย่างเป็นระบบตั้งแต่ระดับห้องเรียน สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างทรัพยากรมนุษย์ และตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เด็กและเยาวชนยังเผชิญปัญหาสุขภาพจิต ทั้งภาวะซึมเศร้า ความเครียด การกลั่นแกล้งทางออนไลน์ การใช้สารเสพติด และการพยายามฆ่าตัวตาย โดยปัจจุบันมีโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ใช้งานระบบแล้ว 24,449 แห่ง ครอบคลุม 245 เขตพื้นที่การศึกษา มีการคัดกรองนักเรียนกว่า 3.3 ล้านคน พบกลุ่มเสี่ยง 186,325 คน และสามารถดูแลจนมีอาการดีขึ้นร้อยละ 56.76 สะท้อนประสิทธิภาพของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคสาธารณสุขในการดูแลสุขภาพจิตเด็กและเยาวชน

          แพทย์หญิงณิชาภา สวัสดิกานนท์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวเพิ่มเติมว่า การดูแลสุขภาพจิตนักเรียนจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้ปกครอง บุคลากรด้านสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยระบบ HERO OBEC Care ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการทำงานแบบบูรณาการ ภายใต้แนวคิด "เฝ้าระวัง–เรียนรู้–ดูแล–ส่งต่อ" ผ่านการใช้เครื่องมือประเมินปัญหาหรือสภาวะที่ต้องการดูแลทันทีโดยไม่ต้องเฝ้าระวังหรือคัดกรองซ้ำ (Red Flag) แบบสังเกตอาการ 3 ด้านพฤติกรรม อารมณ์ และสังคม (9S หรือ 9S plus)  และแบบประเมินจุดแข็งและจุดอ่อน (Strengths and Difficulties Questionnaire หรือ SDQ) ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพครูผ่านระบบ E-Learning เพื่อให้สามารถสังเกต ประเมิน และให้ความช่วยเหลือนักเรียนได้อย่างเหมาะสม รวมถึงเชื่อมโยงการส่งต่อไปยังครูแนะแนว นักจิตวิทยาโรงเรียน หรือบุคลากรทางการแพทย์เมื่อจำเป็น ปัจจุบันระบบสามารถช่วยยกระดับการเฝ้าระวังและดูแลนักเรียนกลุ่มเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยและเอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดีของนักเรียน อย่างไรก็ตาม กรมสุขภาพจิตจะเดินหน้าขยายการดำเนินงานให้ครอบคลุมโรงเรียนทุกพื้นที่ เพื่อสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพจิต พร้อมพัฒนามาตรฐานการดูแลสุขภาพจิตในสถานศึกษาและระบบบันทึกข้อมูลการช่วยเหลือด้วยแบบประเมินจุดแข็งและจุดอ่อน (SDQ) เพื่อให้เด็กและเยาวชนกลุ่มเสี่ยงได้รับการดูแลและส่งต่ออย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเป็นข้อมูลสนับสนุนการวางแผนนโยบายและการจัดสรรทรัพยากรด้านสุขภาพจิตในอนาคต

********************

21 กรกฎาคม 2569

Ribbon