Press ข่าววันนี้ 4 กันยายน 2569
- วันเผยแพร่
- ฮิต: 97

กรมสุขภาพจิตห่วงความรุนแรงในโรงเรียน แนะเฝ้าระวังสัญญาณเตือน เร่งแจ้งเหตุเมื่อไม่ปลอดภัย
วันนี้ (4 กันยายน 2569) กรมสุขภาพจิตห่วงผลกระทบจากสถานการณ์ความรุนแรงในโรงเรียน ทั้งเหตุข่มขู่และเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความรู้สึกปลอดภัยของนักเรียน ครอบครัว และชุมชน แนะทุกฝ่ายร่วมเฝ้าระวังสัญญาณเตือน แจ้งผู้รับผิดชอบเมื่อพบความเสี่ยง พร้อมดูแลใจเด็กและเยาวชนที่เผชิญความเครียดจากการเรียนหรือการสอบ เพื่อร่วมกันป้องกันเหตุและสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย
นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า สถานการณ์ความรุนแรงในโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นเหตุข่มขู่หรือเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นจริง ล้วนส่งผลกระทบต่อความรู้สึกปลอดภัยของนักเรียน ครู บุคลากร ผู้ปกครอง และชุมชนโดยรอบ อาจก่อให้เกิดความหวาดกลัว ความตื่นตระหนก และความเครียดสะสม ทั้งนี้ ความรุนแรงในโรงเรียนมีสาเหตุและปัจจัยเกี่ยวข้องหลายด้าน ทั้งความเครียด ความขัดแย้ง การถูกกลั่นแกล้ง สภาพแวดล้อม และปัจจัยทางสังคม จึงไม่ควรอธิบายว่าเกิดจากปัญหาสุขภาพจิตเพียงอย่างเดียว พร้อมทั้งขอให้ทุกฝ่ายร่วมกันเฝ้าระวังและสังเกตสัญญาณเตือนที่ควรได้รับการประเมิน เช่น การพูดหรือเขียนข่มขู่ การแสดงความโกรธรุนแรง หรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน โดยไม่ควรเพิกเฉย ด่วนสรุป หรือตีตราผู้ที่มีพฤติกรรมดังกล่าว แต่ควรรับฟังและดำเนินการอย่างเหมาะสม หากพบการข่มขู่หรือเบาะแสที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ขอให้รีบแจ้งครู ผู้บริหารโรงเรียน ผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง หรือผู้รับผิดชอบด้านความปลอดภัย เพื่อร่วมกันป้องกันเหตุและดูแลผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจากเหตุการณ์ล่าสุดในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา กรมสุขภาพจิตได้มอบหมายให้ โรงพยาบาลจิตเวชนครสวรรค์ราชนครินทร์ และ ศูนย์สุขภาพจิตที่ 3 ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และวางแนวทางให้การดูแลช่วยเหลือทางจิตใจร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกำแพงเพชร, โรงพยาบาลกำแพงเพชร และ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 2 กำแพงเพชร อย่างเร่งด่วน โดยได้ดำเนินการคัดกรองสุขภาพจิตครูผู้สอนทั้งหมดกว่า 90 คน พร้อมสื่อสารแนวทางการสังเกตและเฝ้าระวังความผิดปกติทางอารมณ์และพฤติกรรมของนักเรียนให้แก่ผู้ปกครองขณะเด็กอยู่ที่บ้าน โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนที่อยู่ในเหตุการณ์ให้ครอบคลุมต่อไป
นายแพทย์จุมภฎ พรมสีดา รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า เด็กและเยาวชนที่เผชิญความเครียดจากการเรียน การสอบ ความคาดหวัง หรือความขัดแย้งภายในโรงเรียน อาจมีอารมณ์หงุดหงิด กังวล เศร้า นอนไม่หลับ หรือรู้สึกว่าตนเองรับมือกับปัญหาไม่ไหว จึงขอแนะนำแนวทางดูแลใจตามบทบาทของแต่ละกลุ่ม ดังนี้ 1. เด็กและเยาวชนสังเกตอารมณ์และจัดการความเครียด เมื่อรู้สึกเครียดหรือโกรธ ควรหยุดพัก หายใจช้า ๆ ผ่อนคลาย จัดลำดับปัญหา แบ่งงานเป็นส่วนเล็ก ๆ และหาทางออกที่เหมาะสม หากรู้สึกว่ารับมือไม่ไหว ควรพูดคุยกับครูหรือผู้ปกครอง โดยไม่ใช้ความรุนแรงต่อตนเองหรือผู้อื่น 2. ครอบครัวและโรงเรียนร่วมสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางใจ ผู้ปกครองและครูควรเปิดโอกาสให้เด็กพูดคุยระบายความรู้สึก รับฟังโดยไม่ตำหนิหรือเปรียบเทียบ สังเกตการเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์และพฤติกรรม และช่วยกันหาทางออกโดยไม่เพิ่มแรงกดดัน ขณะเดียวกัน โรงเรียนควรมีระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ช่องทางแจ้งเหตุหรือขอความช่วยเหลือที่ปลอดภัย และประสานผู้ปกครองหรือบุคลากรด้านสุขภาพจิตเมื่อจำเป็น และ 3. ชุมชนและสังคมร่วมเฝ้าระวังและป้องกันความรุนแรง ประชาชนและคนในชุมชนควรช่วยกันสังเกตสัญญาณที่น่าเป็นห่วง เช่น การพูดหรือเขียนข่มขู่ การแสดงความโกรธรุนแรง หรือการพูดถึงการทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น ไม่เพิกเฉยหรือตีตรา แต่ควรรีบแจ้งผู้ปกครอง ครู ผู้บริหารโรงเรียน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง หรือผู้รับผิดชอบด้านความปลอดภัย เพื่อร่วมกันป้องกันเหตุและประสานการดูแลอย่างเหมาะสม
หากเด็กหรือประชาชนมีความเครียด วิตกกังวล หรือได้รับผลกระทบทางใจจากเหตุการณ์ความรุนแรง สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง และ www.สุขภาพจิต.com
********************
4 กันยายน 2569

