Press ข่าววันนี้ 4 พฤษภาคม 2569
- วันเผยแพร่
- ฮิต: 75

กรมสุขภาพจิต ย้ำ "วินัยการกินยา" คือหัวใจสำคัญลดความรุนแรง พร้อมแนะครอบครัวสังเกตสัญญาณเตือนเร่งส่งต่อการรักษา เพื่อความปลอดภัยของคนที่เรารัก
วันนี้ (4 พฤษภาคม 2569) จากกรณีข่าวสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา กรณีชายที่มีประวัติการรักษาอาการป่วยทางจิตก่อเหตุรุนแรงต่อบุคคลใกล้ชิด ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าอาจมีปัจจัยจากการรักษาไม่ต่อเนื่องจนทำให้อาการกำเริบ กรมสุขภาพจิตขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเร่งสร้างความเข้าใจแก่สังคมในการผสานความร่วมมือทุกภาคส่วนเพื่อป้องกันเหตุสลดซ้ำรอย
นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า การเจ็บป่วยทางด้านจิตเวช เป็นโรคที่ต้องการการรักษาอย่างต่อเนื่อง ญาติและผู้ป่วยต้องเข้าใจว่าการเจ็บป่วยทางด้านจิตเวชเป็นโรคเรื้อรังชนิดหนึ่ง ที่เหมือนโรคเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง ที่ต้องกินยาอย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรหยุดหรือปรับยาเอง หากกินยาไม่ได้ผลหรือมีผลข้างเคียง ควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์เป็นผู้ปรับยาให้ การรักษาไม่ต่อเนื่อง จะทำให้อาการทางจิตกำเริบ หรือทำให้การรักษายุ่งยากซับซ้อนขึ้น ซึ่งมีตัวอย่างหลายๆรายที่ปล่อยให้อาการกำเริบจนก่อเหตุสะเทือนขวัญทั้งต่อตนเองและบุคคลอื่น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ทั้ง ๆ ที่สามารถป้องกันได้ นอกจากนี้ กรมสุขภาพจิตยังให้ความสำคัญกับการ เฝ้าระวังสถานการณ์ทางสังคม โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยงข้อมูลและเครือข่ายในระดับชุมชน เพื่อติดตามสัญญาณความผิดปกติอย่างใกล้ชิด หากพบว่าผู้ป่วยเริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปจากเดิม หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงต่อการกระตุ้นอาการ เครือข่ายสุขภาพจะสามารถเข้าไประงับเหตุและช่วยเหลือได้ทันท่วงที เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติเหมือนคนทั่วไปในที่สุด
นายแพทย์จุมภฏ พรมสีดา รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวเพิ่มเติมว่า ครอบครัวและคนใกล้ชิดมีบทบาทสำคัญในการช่วยดูแลผู้ป่วย โดยเฉพาะการสังเกตสัญญาณเตือนก่อนเกิดเหตุรุนแรง หากพบว่าผู้ป่วยมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เช่น แยกตัว นอนไม่หลับต่อเนื่อง พูดคนเดียว อารมณ์แปรปรวน มีคำพูดก้าวร้าว ข่มขู่ หวาดระแวง ปฏิเสธการรักษา ไม่ยอมรับประทานยา หรือกลับไปใช้ปัจจัยเสี่ยงอย่างเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ครอบครัวไม่ควรรอให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น แต่ควรรีบนำผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลโดยเร็ว เพื่อให้แพทย์ประเมินอาการและดูแลอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ควรสื่อสารกับผู้ป่วยอย่างสงบ ไม่ตำหนิหรือประชดประชัน เพื่อลดความเครียดและช่วยให้ผู้ป่วยยอมรับการรักษามากขึ้น พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับสัญญาณเตือนดังกล่าว และสามารถขอรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ผู้ป่วยกลับเข้าสู่กระบวนการรักษาอย่างปลอดภัย และลดโอกาสการเกิดเหตุไม่คาดคิดในสังคมไทย
********************
4 พฤษภาคม 2569

