Press 120269

 

กรมสุขภาพจิตแสดงความห่วงใยเหตุความรุนแรงในสถานศึกษาอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เร่งจัดทีม MCATT เยียวยาจิตใจ พร้อมแนะเฝ้าระวังสัญญาณเตือน SMI-V

               วันนี้ (12 กุมภาพันธ์ 2569) กรมสุขภาพจิต แสดงความเสียใจต่อการสูญเสียผู้อำนวยการสถานศึกษา พร้อมเร่งจัดทีม MCATT ลงพื้นที่เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุความรุนแรงในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และแนะประชาชนเฝ้าระวังสัญญาณเตือน SMI-V เพื่อเข้าถึงการดูแลรักษาอย่างทันท่วงที

              นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า กรมสุขภาพจิตขอแสดงความห่วงใยต่อผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นภายในสถานศึกษาในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียผู้อำนวยการสถานศึกษา ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญและเสียสละ ในการปกป้องดูแลความปลอดภัยของเด็ก ๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งนี้ การกระทำดังกล่าวสะท้อนถึงความรับผิดชอบและความห่วงใยต่อชีวิตของนักเรียนอย่างยิ่ง การจากไปในครั้งนี้นับเป็นความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ของครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และสังคมโดยรวม แม้สถานการณ์จะผ่านพ้นระยะวิกฤตแล้ว แต่เหตุการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อความรู้สึกปลอดภัยและสวัสดิภาพทางจิตใจของนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และประชาชนในพื้นที่ ทั้งในผู้ที่เผชิญเหตุโดยตรงและผู้ที่รับรู้ข่าวสาร เหตุการณ์ลักษณะนี้อาจก่อให้เกิดความเครียดเฉียบพลันความหวาดกลัว ตื่นตระหนก หรือภาวะช็อกทางอารมณ์ โดยรายละเอียดยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง และไม่ควรด่วนสรุปสาเหตุจากข้อมูลบางส่วน กรมสุขภาพจิตได้จัดทีมปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต (MCATT) ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยในวันนี้ทีมได้เข้าเยี่ยมเด็ก ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุถูกยิง จำนวน 1 ราย ณ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ และเข้าเยี่ยมเด็กที่ได้รับบาดเจ็บจากการกระโดดหนีออกจากอาคาร ณ ที่พักอาศัย เพื่อประเมินสภาพจิตใจ ให้การช่วยเหลือเบื้องต้น และวางแผนติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งประสานขอข้อมูลจากจิตแพทย์โรงพยาบาลหาดใหญ่เกี่ยวกับผู้ได้รับผลกระทบที่มีอาการตกใจและบาดเจ็บอีก 2 ราย เพื่อประกอบการประเมินและให้การช่วยเหลืออย่างเหมาะสม ในระยะถัดไป ทีม MCATT ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา จะเข้าเยี่ยมญาติผู้เสียชีวิต ณ สถานที่บำเพ็ญกุศลศพ เพื่อดูแลเยียวยาจิตใจ และให้การช่วยเหลือด้านจิตใจตามความเหมาะสม ตลอดจนมีแผนเข้าเยี่ยมโรงเรียนเพื่อดูแลเยียวยานักเรียนและครู เมื่อสถานศึกษามีความพร้อม โดยจะดำเนินการประเมินภาวะสุขภาพจิต คัดกรองกลุ่มเสี่ยง และจัดกิจกรรมฟื้นฟูสภาพจิตใจอย่างเป็นระบบ

             แพทย์หญิงณิชาภา สวัสดิกานนท์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์หรือมีบุคคลใกล้ชิดได้รับผลกระทบ อาจมีอาการ เช่น ใจสั่น เหงื่อออก มือสั่น นอนไม่หลับ ฝันร้าย วิตกกังวล หรือมีภาพเหตุการณ์ย้อนกลับมาในความคิด ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่พบได้ภายหลังเผชิญเหตุการณ์รุนแรง โดยเฉพาะในเด็กและเยาวชนอาจแสดงออกผ่านพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลง เช่น ไม่อยากไปโรงเรียน เก็บตัว หรือหงุดหงิดง่าย ขอให้ผู้ปกครอง ครู และผู้ใกล้ชิด เปิดโอกาสให้ผู้ได้รับผลกระทบได้พูดคุยระบายความรู้สึกในบรรยากาศที่ปลอดภัย รับฟังอย่างไม่ตัดสิน หลีกเลี่ยง การซักถามซ้ำเติม และช่วยสร้างความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยในชีวิตประจำวัน ควรจำกัดการรับข่าวสารที่กระตุ้นอารมณ์ พักผ่อนให้เพียงพอและทำกิจกรรมผ่อนคลายเพื่อลดความตึงเครียด ในส่วนของการเฝ้าระวังอาการทางจิตและยาเสพติดที่ก่อความรุนแรงในชุมชน ขอให้สังเกตสัญญาณเตือนตามแนวทาง SMI-V Scan (Serious Mental Illness – Violence Scanning) ได้แก่ 1. ไม่หลับไม่นอน 2. เดินไปเดินมา 3. พูดจาคนเดียว 4. หงุดหงิดฉุนเฉียว และ 5.เที่ยวหวาดระแวง หากพบอาการดังกล่าวอย่างน้อย 1 ข้อ ควรแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือพาเข้ารับการประเมินในโรงพยาบาลใกล้บ้านโดยเร็ว เพื่อให้ได้รับการดูแลรักษาอย่างทันท่วงที ทั้งนี้ การสังเกตสัญญาณดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อการเข้าถึงการรักษา มิใช่เพื่อการตีตราผู้ป่วยจิตเวช

            กรมสุขภาพจิตขอความร่วมมือสื่อมวลชนและประชาชน คำนึงถึงความเหมาะสมในการนำเสนอข้อมูล ภาพ หรือคลิปเหตุการณ์ โดยหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล โดยเฉพาะกรณีที่มีเด็กและเยาวชนเกี่ยวข้อง เพื่อคุ้มครองสิทธิและศักดิ์ศรีของผู้ได้รับผลกระทบ และลดผลกระทบทางจิตใจที่อาจเกิดขึ้นซ้ำจากการรับรู้ข่าวสาร หากมีข้อสงสัยหรือต้องการคำปรึกษา สามารถติดต่อสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงส่วนล่างของฟอร์ม

********************

12 กุมภาพันธ์ 2569

Ribbon